ทัศนศึกษา

       ทัศนศึกษาตามรูปศัพท์เดิมแปลว่า “ไปดู-ไปเรียนรู้” แล้วรายงานปากเปล่าหรือรายงานการไปดู ไปเรียนรู้นั้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือ “รายงาน” เอาคะแนน

  

แต่สภาพปัจจุบันและที่ผ่านมาก่อนปัจจุบันนี้ ทุกโรงเรียนมักจะนำนักเรียน “ไปเที่ยว-ไปดู” มากกว่า “ไปดูเพื่อการศึกษาหาความรู้จากสิ่งที่ดูนั้น” (ทัศนศึกษา) เพราะครูที่นำเด็กไปกลับไม่รู้ในสิ่งที่ไปดู-ไปเรียนรู้ สภาพทั่วไปของการทัศนศึกษาจึงเป็นการไปเที่ยว ไปดู ไปช้อปปิ้งตามห้างฯ หากครูคนใดแหลมออกมาจะนำเด็กไปดูโบราณสถานโบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ หอสมุดดังๆ ก็จะถูกครูคนอื่นว่า “ครึ” ไม่ทันสมัยทำให้เด็กโง่ลง สู้ไปห้างสรรพสินค้าไม่ได้ เพราะเด็กจะพบของทันสมัยทุกอย่าง เช่น บัตรคูปอง บันไดเลื่อน อาหารแบบบริการตัวเอง เกมไฟฟ้าทั้งหลาย เป็นต้น ครูที่จัดทัศนศึกษาแบบนี้เด็กนักเรียนมักจะมีพฤติกรรม “พรูขึ้น-พรูลง” คือ พอถึงเป้าหมายที่จอดเด็กก็วิ่งพรูลงมาสัมผัสกับสิ่งที่ต้องการ พอถึงเวลากลับจากสัญญาณของครูเด็กนักเรียนก็วิ่งพรูขึ้นรถจากไปหาที่ใหม่

       ถามว่า “ทัศนะ” แล้วยัง ตอบว่า ทัศนะแล้ว

       ถามว่า “ศึกษา” แล้วยังตอบว่า “ไม่” เพราะทั้งครูและนักเรียนไม่มีใครพูดถึงสิ่งที่ไปดูเป็นเชิงการเรียนรู้ วิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์ เพื่อให้เกิดข้อคิดและการนำเสนอคนอื่นในรูปแบบของเรื่องเล่าหรือรายงาน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s