วิทยาศาตร์ศึกษาคืออะไร

วันนี้ครูปอนด์ไปสอบสัมภาษณ์ปริญญาเอกสาขาวิทยาศาสตร์ศึกษาที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กรรมการสอบถามว่า รู้ไหมว่าวิทยาศาสตร์ศึกษา คืออะไร ? เหอๆ แต่อย่าไปรู้คำตอบที่ครูปอนด์ตอบเลยครับ ดูความหมายด้านล่างนี่ดีกว่า…ของเขาดีนะครับ

ที่มา: http://sites.google.com/site/scednstru/withyasastr-suksa-paccuban-xnakht

เนื่องจากมีหลักฐานหลายอย่างจากการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ศึกษา เช่นการพัฒนาทางปัญญาและบุคคลิกภาพ วิทยาศาสตร์เชิงการคิด การเรียนการสอนและบทบาทของการศึกษาในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  วิทยาศาสตร์ศึกษาในตอนนี้กำลงก้าวเข้าสู่การปรับเปลี่ยนจากการเปลี่ยนแปลงมากมาย เช่นการเติบโตขึ้นของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด การเรียกร้องให้มีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน การนำพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ เช่นเดียวกันที่เรียกร้องให้มีความเท่าเทียมเสมอภาค

โลกในโลกาภิวัฒน์ เช่นกลไกการตลาด การทำให้เข้าสู่ทางการค้าของวิทยาศาสตร์ การแข่งขันกันในระดับชาติขึ้นอยู่้กับนวัตกรรม นั้นก็ขึ้นอยู่กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกที องค์ประกอบอื่นๆยืนอยู่บนฐานของวิทยาศาสตร์ศึกษา ที่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงประชากร การย้ายถิ่นและการตั้งถิ่นฐาน การพัฒนาการเมืองและสังคมเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ได้ให้ทั้งโอกาสและอุปสรรคขวางหนาม สุดท้ายแล้วความขัดแย้ง การก่อการร้าย และสงครามที่ผสมโรงเป็นปัญหาสั่งสม ระเบียบสังคมและระเบียบโลกใหม่จะต้องพิจารณาในความพยายามใดๆที่จะพยากรณ์อนาคต การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จำเป็นต้องมีการศึกษาที่ใช้ได้จริงในทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์

สำหรับวิทยาศาสตร์ศึกษาในอนาคตกล่าวคือวิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับคนรุ่นต่อไป วิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับอาชีพที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐาน วิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับสาธารณะในรุ่นปัจจุบัน และวิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับอาชีพใหม่ๆที่ใช้วิทยาศาสตร์เป็นฐาน  คำถามที่ว่าจุดประสงค์เป้าหมายสุดท้ายของวิทยาศาสตร์ศึกษาและคณิตศาสตร์ศึกษา คืออะไรสำหรับประเด็นที่กล่าวมา

วิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับคนรุ่นต่อไปสามารถที่จะให้วัตถุประสงค์ว่าเป็นการสร้างบุคคลิก พฤติกรรมชุดของการคิด รวมทั้งการให้ได้มาซึ่งการคิดอย่างมีวิจารณยาณละเอียดอ่อนและกว้างขวางเปิดกว้าง สภาพที่ตอบสนองย้อน การมีระเบียบวินัย และความซืีอสัตย์ สามารถที่จะคาดหวังได้จากโปรแกรมที่ประสบผลสำเร็จ ด้วยปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยมที่มีภูมิปัญญาให้ยืนบนขาตัวเองและมีภูมิคุ้มกัน เพื่อต้านกับความหลอกลวงคลุมเครือ

ชุดการคิดเชิงวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ภายใต้ภูมิปัญญา สุดท้ายแล้วตระหนักถึงข้อคิดจากคำภาษาบาลีที่ว่า ตะคะตา หรือ มันเป็นเช่นนั้นเอง หรือในอีกทางหนึ่ง การตระหนักว่าธรรมชาติมีกฏเกณฑ์ภายใต้ความไร้ระเบียบนั้นมีระเบียบอยู่ วิทยาศาสตร์มีเป้าหมายไปที่ความจริง และการค้นหาความจริง แต่ละคนจะต้องตระหนักถึงความรู้ทางวิทยาศาสตร์นั้นเป็นจริงภายใต้ขีดจำกัด ยูเรก้า (EUREKA) หรือการดีใจจากการค้นพบ และการถ่อมตัวจากการรู้ถึงข้อจำกัดของแต่ละคนบางทีอาจจะเป็นเรื่องหลักของวิทยาศาสตร์ต่อไป

วิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับรุ่นต่อไปยังมีเป้าไปที่การสร้างความสามารถพื้นฐาน และทักษะชีวิต  การสังเกตอย่างละเอียดและพิถึพิถัน และการให้เหตุผล ทั้งแบบนิรนัยและแบบอุปนัย การเทียบเคึยง (analogy) และการลงความเห็นข้อมูล (extrapolation) ควรที่จะได้รับการพัฒนาขึ้นมาจากการฝึกฝนทางวิทยาศาสตร์ การทำนายมีความเป็นไปได้จากการศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ การสร้างกำหนดสมมุติฐานและการทดสอบสมมุติฐานมาจากการทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ สุดท้ายแล้วทักษะสำหรับการค้นพบ การสร้างสรรค์และนวัตกรรมสามารถที่จะเก็บเกี่ยวได้ก่อให้เกิดขึ้นได้

นอกจากวิทยาศาสตร์สำหรับคนรุ่นต่อไปแล้ว ยังสามารถที่จะให้โครงสร้างพื้นฐานสำหรับอาชีพและการว่าจ้างในอนาคต วิทยาศาสตร์พื้นฐานเช่นฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาและศาสตร์พื้นฐานอื่นๆ ฟิสิกส์สามารถใช้ในอาชีพสำหรับเครื่องกล ชีววิทยาสามารถใช้ในเกษตร และอื่นๆ ต่อไปอีกมาก วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมมีส่วนในการสร้างแรงงานที่มีทักษะ ผู้เชี่ยวชาญในอุปกรณ์เครื่องมือ สามารถนำไปสู่งานอาชีพที่สามารถสร้างผลประโยชน์ขึ้น ดังนั้นวิทยาศาสตร์ศึกษาใด้ให้โครงสร้างพื้นฐานสำหรับแรงงานที่มีทักษะ ถ้าข้อเสนอดังกล่าวนี้เป็นจริงแล้ว การพิสูจน์ถึงความสำเร็จของการศึกษาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับอนาคตจะ ต้องพัฒนามากขึ้นไปอีก ยุทธวิธีและนวัตกรรมที่จะให้ได้เป้าหมายที่คาดหวังมีมากมายที่จะไม่กล่าวใน รายละเอียดในที่นี้

เมื่อพิจารณาถึงเป้าหมายต่อไปสำหรับวิทยาศาสตร์ศึกษา นั้นก็คืออาชีพที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐาน กล่าวคือ ครูวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักเทคโนโลยีปฏิบัติการ (laboratory technologists) แพทย์มืออาชีพทางสุขภาพ และวิศวกร การเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามความรู้ที่ขยายตัวแบบระเบิดออก ความรู้ผลักดันให้เทคโนโลยีใหม่ๆมีราคาสูง ซึ่งมีทั้งโอกาสใหม่ๆ และอันตรายใหม่

การรวมเอาพลังความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พลังของการจัดการ และพลังของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คล้่ายกับการรวมพลังงานของจรวจที่ทำให้มนุษย์เอาชนะอุปสรรคจากแรงโน้มถ่วง การปรับปรุงเชิงวิศวกรรม (reengineering) ของการศึกษาแบบมืออาชีพนั้น จะต้องรวมเอาความสามารถทางดิจิทัล และความสามารถในทางวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้แบบตืนตัว (interactive learning) การเรียนรู้โดยการกระทำ การเรียนรู้แบบโครงงาน การเรียนรู้จากประสบการณ์ และการเรียนรู้แบบการวิจัยเป็นฐานเป็นตัวอย่างของวิธีการที่ใช้

หน้าที่อย่างหนึ่งของมืออาชีพในการเคลื่อนส่งผ่านโครงข่ายความรู้ระดับโลก (global knowledge pool) ซึ่งปัจจุบันมีการเชื่อมต่อกัน สำหรับการพัฒนาและการแก้ปัญหาที่ใช้ความรู้เป็นฐานในท้องถิ่น ขั้นตอนในการส่งผ่านถ่ายโอนรวมไปถึงการเข้าถึงความรู้ ความถูกต้อง การตีค่า การให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและการกระจายความรู้ ด้วแทนความรู้ (knowledge brokering) เป็นมโนทัศน์ใหม่สำหรับการถ่ายทอดความรู้ที่ซับซ้อน

ตามการค้นพบจากวิทยาศาสตร์ของการคิด (cognitive science) กระบวนการของการถ่ายทอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งวิทยาศาสตร์สังคมในแหล่งทรัพยากรจะต้องผ่านหน้าที่ต่างๆของสมอง การแสดงออกสะท้อนออกมาจากภายใน การให้คุณค่า และการทำให้ได้ค่าสูงสุดจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่จะนำไปใช้และการสื่อสารต่อไป

เป็นที่น่าเสียดายว่าการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เป็นอยู่ ในหลายที่ได้มุ่งเน้นไปที่ความสามารถทางภาษาและคอมพิวเตอร์ในการถ่ายทอดความรู้ บ้างอาจจะรวมเอาการประเมินอย่างวิกฤตและวิธีการวิจัยสำหรับความรู้ที่ถูกต้อง และหยุดอยู่ที่นั่่นโดยมีน้อยมากที่จะเป็นการสะท้อนให้เห็นจากภายใน สัญญาณสำหรับการสะท้อนความคิดจากภายในกล่าวได้มาเป็นใจที่มีความหิวกระหาย ความรู้และใจที่ฉงนสงสัยอยู่เสมอ เราสังเกตได้จากนักเรียนนักศึกษาบ้าง พวกเขายังมีความจำเป็นต้องมีระเบียบปฏิบัติเพื่อเข้าถึงภูมิปัญญา ซึ่งทำให้เป็นไปได้ในการปรับตัวและการวิจัย อันนำไปสู่ความรู้ใหม่ นวัตกรรม และการสร้างสรรค์

สิ่งเหนี่ยวรั้งอุปสรรคกั้นขวางจากการเปลี่ยนแปลงระบบความรู้ก็คือ การแบ่งแยกกันทางความรู้ (knowledge divide) ที่แยกคนยิ่งออกห่างกันมากทุกที เทคโนโลยีที่ราคาแพงได้สร้างความไม่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศต่างๆ และระหว่างกลุ่มของคน ประเทศที่ผลิตความรู้อันเป็นผู้ค้นพบและสร้างนวัตกรรม มีสิทธิที่จะจดทะเบียนสิทธิบัตร มีเอกสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวและกำหนดราคาสิ้นค้าที่ใช้เทคโนโลยีอันเป็นเจ้าของ ประเทศที่นำเข้าความรู้ซึ่งมีความจะเป็นต้องใช้เทคโนโลยีจะต้องใช้ทรัพยากรอันมีจำกัดในการซื้อ  ดังนั้นจึงทำให้ยิ่งจนลงไปอีก  การบริหารจัดการทางปัญญาที่เหมาะสม เป็นกระบวนการที่ในทางหนึ่งกระตุ้นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม แต่ในอีกทางหนึ่งนั้นมีความจำกัดที่จะเข้าใช้การค้าเสรีภายใต้กลไกตลาดที่ละทิ้งไม่สนใจต่อส่วนของความเป็นมนุษย์ผสมโรงต่อสถานะการณ์  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ประเทศกำลังพัฒนาที่จะพยายามพัฒนาการแข่งขันทางการวิจัยด้วยตัวเอง งานหน้าที่นี้ไปตกแก่มืออาชีพ

ขณะเดียวกันที่เกิดอันตราย โทษภัยใหม่เกิดขึ้น ซึ่งมืออาชีพที่มีความรู้เป็นฐานจะต้องรับรู้และเข้าไปจัดการดูแล ความไม่เท่าเทียม ความไม่ยุติธรรม การใช้ประโยชน์และความขัดแย้งจะต้องได้รับการกล่าวถึงแนวทางการวิจัยบางอย่างเช่น GMO เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อน (embryonic stem cells) และ การตายของสมอง อาจก่อให้เกิดความกดดันเหนี่ยวรั้งกับคุณค่าของมนุษย์และความเป็นมนุษย์ ในระบบเก่าของคุณธรรม จริยธรรมอาจไม่สามารถเข้ามาจัดการเรื่องเหล่านี้ และคูณธรรมจริยธรรมใหม่จำเป็นที่ต้องก้าวเข้ามาจัดการในเรื่องนี้

แม้กระนั้นก็ตาม ผลประโยชน์อันสูงยิ่งก็มาจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ยังมีช่วงโหว่รูรั่ว ในระบบทุนนิยม การค้าทางธุรกิจและการแข่งขันนั้นไม่ใช่คำตอบทั้งหมดที่จะแก้ปัญหาทั้งมวล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาเป็นส่วนในการแก้ปัญหาสภาพสังคมเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ภายใต้ปรัชญานี้มี 5 องค์ประกอบ คือ ความพอประมาณอันเป็นทางสายกลาง ความมีเหตุผลที่อยู่บนฐานความรู้และหลักฐานอ้างอิง มีภูมิคุ้มกันเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคขัดขวางที่เหนี่ยวรั้ง ต่อการเปลี่ยนแปลงอันได้แก่มาตรการยุทธวิธีต่างๆ ซึ่งก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้ความรู้และภูมิปัญญาเป็นฐานรวมทั้งจริยธรรม คุณธรรม ความซื่อสัตย์ที่มากำกับ

เราสามารถจะเห็นได้ว่าในสังคมความรู้ ที่ซึ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานมีอิทธิพลอย่างสูง ในระบบทุนนิยม ธุรกิจการค้าและการแข่งขันนั้นเหมือนได้ให้เชื้อพลังขับให้มากยิ่งขึ้น ความรู้ที่ชัดแจ้ง (explicit) และการปฏิบัติที่ใช้หลักฐานเป็นหลักสำหรับทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และมีชีวิตที่ก่อให้เกิดผลงานผลผลิตด้วยความมั่งคั่งและความสะดวกสะบาย  ความไม่เสมอภาค ความไม่ยุติธรรม การมีอำนาจเหนือครอบงำ การใช้ประโยชน์และความขัดแย้งเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดูเหมือนว่าโลกของเราต้องการสังคมความรู้ใหม่ ที่ซึ่งความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษย์มวลชนมีความโดดเด่น  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหรือเศรษฐกิจพอเพียงด้วยความพอประมาณทางสายกลางและศิลป์ของการเข้าใจผู้อื่นที่ทำให้ได้ทางเลือกอื่นๆ ความรู้ที่มีอยู่ในคน (tacit knowledge) รวมทั้งองค์รวมและความรู้เชิงมนุษย์ศาสตร์ตามความเหมาะสมและความถูกต้องให้ เป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง  ดังนั้นแต่ละคนสามารถที่จะคาดหวังโลกที่มีความเสมอภาค การเข้าใช้ทรัพยากรต่างๆอย่างเท่าเทียม มีความเป็นธรรมในสังคม การแบ่งปัน ความสงบสุขและการผสมกลมกลืนสอดคล้องกัน

วิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับทั้งคนรุ่นหน้าและสำหรับผู้ที่จะมีอาชีพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานจำเป็นต้องมีทั้งวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จะเป็นต้องบูรณาการร่วมกับมนุษยศาสตร์เพื่อให้ได้ภูมิปัญญาที่แท้จริง ในเรื่องนี้เป็นจริงสำหรับมหาวิทยาลัยตอนเริ่มแรกเมื่อเกือบพันปีมาแล้ว และกำลังเป็นจริงในภาวะปัจจุบันด้วย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีความเหมาะสมมากกว่าในอนาคต …..

สำหรับวิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับสาธารณะในรุ่นปัจจุบันเป็น เรื่องสำคัญเช่นเดียวกับเรื่องหลักที่กล่าวมาแล้ว ผู้วางนโยบาย ผู้นำไปใช้ และสาธารณะและใกล้เคียงสามารถทำได้ดีกว่าถ้าสามารถได้ผลประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ เครื่องมือและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ศึกษาสามารถที่จะมีบทบาทในการสร้างและการนำไปใช้นโยบายสาธารณะ สิ่งแรกก็คือสิ่งแวดล้อมเชิงวิทยาศาสตร์สามารถที่จะก่อให้เกิดภาระรับผิดชอบบนฐานที่เห็นพ้องตรงกันอย่างมีเหตุผล ไม่ได้อยู่บนฐานการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ การศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์สามารถทำให้แน่ใจได้ถึงนโยบายในจินตนาการและวิสัยทัศน์ที่ไม่ใช่เป็นเพียงการฝันกลางวัน แต่ละบุคคลจะต้องมีความกล้่าในการเสาะแสวงหาทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแต่การผจญภัยที่ไร้เหตุผล ลักษณะเหล่านี้เป็นจริงไม่ใช่เฉพาะแต่ในวิทยาศาสตร์ศึกษาเท่านั้น ยังรวมถึงการกำหนดนโยบายขึ้นมา ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว นโยบายต้องการให้มีการประเมินและการปรับปรุง แต่ละคนจะต้องยอมรับถึงความผิดพลาดและไม่หัวแข็งดื้นรั้นยึดมั่นเกินไป วิทยาศาสตร์ศึกษาสามารถช่วยในการลดความเชื่อเหนือเหตุผลหรือไสยาศาสตร์ ซึ่งแผ่กระจายอยู่ในสังคมที่กำลังพัฒนา ……

ในกรณีที่สาธารณะมีการโต้เถียงกัน มีความขัดแย้งกัน วิทยาศาสตร์ศึกษาสามารถที่จะช่วยในการเจรจาโดยยึดฐานหลักฐานที่ทุกฝ่ายเชื่อถือความมีเหตุผลและความยุติธรรม ความโปร่งใสและการตกลงที่เข้าที่เข้าทางอย่างสงบ ดังนั้นจึงสามารถทำให้สำเร็จลงได้ การให้อำนาจแก่ชุมชนผ่านทางการวิทยาศาสตร์ศึกษาสามารถที่จะรับใช้ได้อย่างยั่งยืน วิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับสาธารณะ ดังนั้นจะต้องไม่ละเลยอีกต่อไป ซึ่งจำเป็นต้องใช้แนวทางและวิธีการที่แตกต่าง ……

สำหรับอาชีพใหม่ที่เกิดจากวิทยาศาสตร์เป็นฐานที่เรียกความสนใจในความพยายามที่พิจารณาถึงอนาคต นักวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาจะต้องพัฒนาขึ้นอย่าง รวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใหม่ๆ แรงงานในหลายภาคส่วนจำเป็นต้องใช้เนื้อหาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการปรับปรุงคุณภาพในการทำงาน การผลิตบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์โดยทั่วไปปัจจุบันยังเหมาะสมไม่พอที่จะตอบสนองต่อความต้องการและการเปลี่ยนแปลง ……..

สภาพของตัวแทนความรู้ที่มีในสาขาอาชีพเฉพาะทาง การสื่อสารวิทยาศาสตร์ (science communication) นักเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ ในวารสารต่างๆ มีความต้องการมากขึ้น ที่ปรึกษาด้านเนื้อหาวิทยาศาสตร์ในสถานประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญด้านซอพท์แวร์สำหรับสื่อที่หลากหลายรูปแบบต่างๆเป็นอาชีพใหม่ใน สังคมความรู้ ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาศาสตร์การคิด มัลติมีเดีย ภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ หุ่นยนต์ และอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ วิทยาศาสตร์ศึกษาด้วยเหตุนี้จึงขยายไปสู่เขตที่เป็นศาสตร์ร่วมหลายสาขามาก ขึ้น …….

โดยสรุปวิทยาศาสตร์ศึกษาสำหรับอนาคตที่นำเสนอมาเป็นการ ท้าทายสกำหรับทุก คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการศึกษา ขอบข่ายที่กว้างขวางและหลากหลาย และโอกาสมากมาย ภูมิปัญญา ทักษะ การรู้สึกรับรู้ของสังคมก็เป็นความจำเป็น แต่ต้องไม่ควรจะอยู่ไกลเกินเอื้อม ….

…. จากบันทึกเมื่อเข้าร่วมประชุมนานาชาติ เรื่อง Science Education for the future On Science Education in the Asia Pacific 28 November 2007 นำเสนอโดยนายแพทย์ จรัส สุวรรณเวลา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s