๗ วิธีที่พ่อแม่สามารถช่วยลูกนอกห้องเรียน

ดัดแปลงจากภาคผนวก 7 วิธีที่พ่อแม่สามารถช่วยลูกนอกห้องเรียน ในหนังสือ Teach Like Your Hair’s on Fire (ครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ) เขียนโดย Rafe Esquith (เรฟ  เอสควิท) เพื่อให้เข้ากับบริบทของไทย (มั้ง)

๑. การให้ลูกช่วยงานที่เป็นพื้นฐานอาชีพ เช่น การเย็บหรือซ่อมเสื้อผ้าที่ชำรุด การเพาะกล้าต้นไม้ การเปลี่ยนยางในรถจักรยาน การซักผ้า-ล้างจาน หรือการเข้าครัวทำกับข้าวให้สมาชิกทุกคนได้รับประทาน จะเป็นประโยชน์ และทักษะพื้นฐานเพื่อลูกของคุณจะได้พึ่งตนเองได้ และมีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนขั้นมหาวิทยบาลัย หรือเมื่อชีวิตจริงเริ่มต้นขึ้น

๒. เด็กประถมชอบและดีใจมากๆ เมื่อพ่อแม่มาที่โณงเรียนและทำกิจกรรมร่วมกัน แม้เพียงจะเป็นเวลาเพียงหนึ่งหรือสองชั่วโมง และการนำขนมที่ทำเองมาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์หรืองานโณงเรียนจะทำให้ลูกของคุณมีความสุขที่สุด แต่ลูกๆในวัยรุ่นจะไม่ค่อยชอบนักเวลาที่พ่อแม่มาอยู่ด้วย

๓. ควรมีคืนที่ทดูภาพยนตร์ด้วยกันสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง (ควรเป็นคืนที่ไม่ต้่องตื่นไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น และไม่จำเป็นต้องไปดูในโรงภาพยนตร์ก็ได้) ถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกภาพยนตร์ที่สอดคล้องกับช่วงเวลาของปี หรือวิชาที่ลูกกำลังเรียนที่โรงเรียน เพื่อให้ลูกของคุณรู้ว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียน และถ้าเป็นไปได้ควรหากิจกรรมทางศาสนาทำกันในครอบครัว เพราะความเชื่อและศรัทธาของแต่ละศาสนา จะเป็นแรงกระตุ้นหนึ่งในการสร้างสรรค์ระเบียบวินัยและจิตใจที่ดีงามในอนาคต

๔. โทรศัพท์มือถือ BB iphone เป็นของดี แต่ไม่ใช่ในที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน เด็กๆควรเปิดหูเปิดตาสนใจโลกรอบๆตัว ไม่ใช่ปิดหูปิดตาไม่รับรู้

๕. ช่วยให้ลูกๆของคุณห่างจากหน้าจอทีวีด้วย เด็กควรจะดูทีวีน้อยลง และทำอย่างอื่นมากขึ้นเพื่อเป็นทักษะชีวิตเมื่อออกเผชิญโลกภายนอก และพ่อแม่เองก็ควรทำเป็นตัวอย่าง อย่าให้จำได้ว่าตนเองกำลังดูข่าวขณะรอกินข้าว ทั้งคุณและลูกต้องไม่ดูทีวีในวันที่พวกเขาต้องไปโรงเรียนด้วย มีสิ่งที่ดีกว่าอีกตั้งมากมายให้ทำ

๖. ให้ลูกของคุณมีส่วนร่วมในอาหารมื้อเย็น ซึ่งรวมถึงการเตรียมอาหารและการทำความสะอาดหลังจากนั้นด้วย อย่าเพียงแต่นั่งโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกัน และไม่ควรกินหน้าจอทีวี คุณจะคุยกันได้อย่างไรถ้าแต่ละคนมัวแต่จ้องมองทีวี

๗. วันหยุดราชการหรือวันสำคัญต่างๆ เป็นโอกาสดีๆ มากกว่าการเอาแต่กิน นอน เที่ยว หรือดูทีวี เด็กส่วนใหญ่ทุกวันนี้ไม่รู้หรอกว่าทำไมพวกเขาไม่ต้องไปโรงเรียนในวันเหล่านั้น นี่เป็นโอกาสสำหรับพ่อแม่ที่จะสอนลูกเรื่องประวัติศาสตร์ ประเพณี และทำให้เด็กรู้สึกผูกพันกับชาตคิเรามากขึ้น การไปชมพพิพิธภัณฑ์ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมตามประเพณีของแต่ละศาสนา จะทำให้เด็กๆ ตระหนักว่า ตนเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ แล้วพวกเขาก็จะพัฒนาไปเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศต่อไป…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s